ประวัติศาสตร์แห่งมวยไทย ตอนที่ 1

“มวยไทย” ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย มีความโดดเด่นด้านการใช้ร่างกายเป็นอาวุธในการต่อสู้ ทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก และศีรษะ หรือที่เรียนกันว่า นวอาวุธ (บางตำราอาจมีการใช้ปากกัดจึงเรียกเป็น ทศอาวุธ)

ด้านประวัติความเป็นมาของมวยไทย ไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรงในสมัยใด แต่เท่าที่ได้ปรากฎพบว่า มวยไทย นั้นมีมานานแล้ว ไม่แน่ว่าอาจเกิดขึ้นมานานพร้อมๆกับชาติไทยเลยก็ว่าได้

ตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน มวยไทยสมัยก่อนมักจะฝึกฝนกันอยู่ในบรรดาเหล่าทหาร เนื่องจากการรบสมัยนั้นยังปราศจากอาวุธปืน ทำให้มีแต่อาวุธที่ต้องต่อสู้ในระยะประชิด เช่น ดาบ พลอง ง้าว ดั้ง เขน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการฝึกหัดการเตะถีบคู่ต่อสู้ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบ ต่อมามีผู้คิดขึ้นว่าทำอย่างไรจึงจะนำการถีบ การเตะ นั้นมาเป็นศิลปะการต่อสู้ไปพร้อมกับมือได้ จึงได้เกิดเป็นการฝึกหัดการต่อสู้ป้องกันตัวขึ้น  ซึ่งจุดมุ่งหมายของการฝึกเรียนมวยไทยในสมัยก่อนมีด้วยกัน 2 อย่าง คือ เพื่อไว้สู้รบกับข้าศึก และเพื่อใช้ต่อสู้ป้องกันตัว
“เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย”

สมัยกรุงสุโขทัย

มีหลักฐานจากศิลาจารึกได้กล่าวไว้ว่า กรุงสุโขทัยทำสงครามกับประเทศอื่นรอบด้าน จึงมีการฝึกทหารให้มีความรู้ ความชำนาญด้านการรบด้วยอาวุธด่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาบ หอก โลห์ รวมไปถึงการใช้อวัยวะของร่างกายเข้าช่วยในการรบระยะประชิดตัว เช่น ถีบ เตะ เข่า ศอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรบ
หลังจบศึกสงครามแล้วชายหนุ่มในสมัยนั้นมักจะฝึกมวยไทยเพื่อเสริมลักษณะความเป็นชายชาตรี เพื่อเป็นศิลปะป้องกันตัว เพื่อเตรียมตัวเข้ารับราชการทหาร ในสมัยนั้นการฝึกฝนมวยไทยมักจะเรียนกันตามสำนักที่มีชื่อเสียง เช่น สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี นอกจากนี้ยังมีการฝึกมวยไทยตามลานวัดโดยพระภิกษุอีกด้วย วิธีฝึกมวยไทยในสมัยกรุงสุโขทัย ครูมวยจะใช้กลอุบายให้ลูกศิษย์ตักน้ำ ตำข้าว ผ่าฟืน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อน จึงค่อยเริ่มฝึกสอนในเรื่องของทักษะมวย
นอกจากนี้ในสมัยกรุงสุโขทัยยังถือว่ามวยไทยเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม เป็นกษัตริย์ที่เก่งกล้าสามารถในการปกครองประเทศต่อไป ดั่งเรื่องราวในพงศาวดาร เมื่อครั้งพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กษัตริย์พระองค์แรกแห่งกรุงสุโขทัย ทรงเห็นการณ์ไกลส่งเจ้าชายร่วงองค์ที่ 2 อายุ 13 พรรษา ไปฝึกมวยไทยที่ สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี เพื่อฝึกให้เป็นกษัตริย์ที่เก่งกล้าในอนาคต

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *